ระหว่างวันที่ 26-28 มิ.ย. 61 ศาลจังหวัดเชียงรายได้ทำการสืบพยานในคดีของนายออด สุขตะโก และพวกรวม 3 คน ในข้อกล่าวหายุยงปลุกปั่น ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 จากการพบป้ายข้อความ “ประเทศนี้ไม่มีความยุติธรรม กู ขอแยกเป็นประเทศล้านนา” ที่บริเวณสะพานลอย หน้าตลาดสดป่าก่อดำ อำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียงราย ตั้งแต่เมื่อวันที่ 28 ก.พ. 57 เป็นเวลากว่า 4 ปี แล้ว ที่เหตุการณ์นี้ได้เกิดขึ้น  และคดีนี้เป็นคดีที่ 3 สำหรับจำเลยทั้งสาม จากป้ายลักษณะเดียวกัน แต่สถานที่แตกต่างกันออกไป

หากจะให้เห็นภาพของคดีที่ 3 ในหมวดหมู่คดีความมั่นคง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ที่จำเลยทั้งสามคือ นายออด สุขตะโก, นายสุขสยาม จอมธาร และนางถนอมศรี นามรัตน์ ชาวบ้านจากอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ได้เผชิญหน้าอยู่ในวันนี้  คงต้องย้อนไปเมื่อ 4 ปีที่แล้ว เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2557 ก่อนที่จะเกิดการรัฐประหาร วันนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มีกำหนดการเดินทางลงพื้นที่ที่จังหวัดเชียงราย ทำให้กลุ่มคนเสื้อแดงหรือกลุ่มคนที่ชื่นชอบและให้การสนับสนุนน.ส.ยิ่งลักษณ์ ในภาคเหนือ ได้เดินทางมาพบเจอกับบุคคลที่พวกเขาชื่นชม อีกทั้งเป็นการให้กำลังใจกับน.ส.ยิ่งลักษณ์  ต่อสถานการณ์ทางการเมืองที่มีการชุมนุมยืดเยื้อในกรุงเทพมหานครโดยกลุ่มกปปส. เพื่อต่อต้านรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ในขณะนั้น รวมทั้งมีความพยายามขัดขวางหน่วยเลือกตั้งต่างๆ ในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 และศาลอาญาในขณะนั้นได้ปฏิเสธการออกหมายจับแกนนำ กปปส. ในข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ  โดยจำเลยทั้งสามในคดีนี้ก็ได้เดินทางมาจากบ้านของตนเองเช่นเดียวกับคนอื่นๆ

นำมาสู่เรื่องราวคดีแรกของจำเลยทั้งสาม ที่เริ่มขึ้นหลังจากนั้น เมื่อมีการพบป้ายข้อความ “ประเทศนี้ไม่มีความยุติธรรม กู ขอแยกเป็นประเทศล้านนา” ติดอยู่บริเวณสะพานลอยข้ามถนนพหลโยธิน หน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่าจังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่ 26 ก.พ. 57  ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ทหารในจังหวัดเชียงราย ได้เป็นผู้เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2557

กระทั่งหลังการรัฐประหารของคสช. ในวันที่ 13 มิ.ย. 2557 พนักงานสอบสวนได้ขออนุมัติหมายจับบุคคลสามคนที่ต้องสงสัยว่าเป็นผู้ติดป้ายดังกล่าว คือจำเลยทั้งสามนำมาสู่การฟ้องร้องดำเนินคดี โดยที่จำเลยทั้งสามได้ต่อสู้คดี จนในที่สุดศาลจังหวัดเชียงรายได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 22 ก.ค. 58 โดยพิพากษาว่าจำเลยทั้งสามมีความผิดตามมาตรา 116 ให้ลงโทษจำคุกคนละ 4 ปี แต่ฝ่ายจำเลยให้การเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาอยู่บ้าง จึงให้ลดโทษ 1 ใน 4 เหลือจำคุก 3 ปี และจำเลยทั้งสามไม่เคยกระทำความผิดมาก่อน จึงให้รอการลงโทษไว้ เป็นระยะเวลา 5 ปี